หน้าหลัก > สาระน่ารู้ > ไม้โครงที่ใช้ในการทำเฟอร์นิเจอร์บิ้วอิน
Article
December 17, 2015
By gee-square
ไม้โครงที่ใช้ในการทำเฟอร์นิเจอร์บิ้วอิน

ไม้โครงที่ใช้ในการทำเฟอร์นิเจอร์บิ้วอิน

 

          ไม้โครงที่ใช้เป็นโครงสร้างของตู้ต่างๆในการตกแต่งภายในงานเฟอร์นิเจอร์ บิ้วอินคือไม้ที่นำมาใช้ทำเป็นโครงสร้างของแผ่นพื้น, แผงข้างหรือหน้าบาน มีหน้าที่เป็นโครงสร้างเพื่อให้เกิดความแข็งแรงและใช้ในการเกาะยึดบานพับ, รางลิ้นชัก ปุ่มปรับระดับหรือสำหรับติดราวแขวนต่างๆ   หลังจากทำโครงไม้เสร็จจึงกรุไม้อัดปิดทับทั้ง2ด้าน

          ไม้จริงประเภทต่างๆ ที่มีขนาดหน้าไม้เล็กเป็นที่นิยมในการทำเป็นโครงในการทำงานเฟอร์นิเจอร์บิ้วอินปัจจุบันช่างไม้บางคนต้องการลดต้นทุนในการทำงานตกแต่งภายในมักจะนำเอาแผ่น MDF หรือปาร์ติเกิลบอร์ดมาซอยให้มีขนาดเล็กเพื่อทำหน้าที่เป็นโครง  แต่ความแข็งแรง ความทนทานไม่สามารถจะสู้โครงไม้จริงได้

 

รูปแบบของไม้โครงที่ใช้ในการทำเฟอร์นิเจอร์บิ้วอิน

          1. ไม้ที่เป็นเส้นเดียว โครงไม้เส้นเดียวราคาแพง เนื่องจากหายาก ส่วนข้อเสียคือตัวโครงที่ได้บิดเบี้ยวง่าย การใช้งานจะทำได้ยาก

          

          2. ไม้ต่อกัน (joint) เป็นการนำเอาเศษชิ้นไม้ขนาดเล็กมาต่อกัน เศษไม้แต่ละชิ้นจะถูกทำให้เป็นฟันเลื่อยและเชื่อมต่อกันด้วยกาว โครงที่ได้ราคาถูกลง (ราคาของโครงไม้จ๊อยส์ขึ้นอยู่กับชนิดของไม้) ข้อดีคือไม้ไม่บิดเบี้ยวหมือนโครงไม้จริงเส้นเดียว  ราคาถูกลงและนำไปใช้ทำงานได้ง่ายกว่าโครงไม้จริงเส้นเดียว

                

รูปแบบของการต่อไม้โครงประเภทต่างๆ(WOOD JOINT)

          ไม้เป็นทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีจำกัด การที่จะนำไม้มาใช้ทำงานเฟอร์นิเจอร์บิ้วอินหรืองานต่างๆเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด คุ้มค่ามากที่สุดเป็นสิ่งที่ควรทำ การนำเศษไม้ชิ้นเล็กๆที่เหลือเศษจากการใช้งานอื่นมาต่อกัน ประสานกันจึงเป็นแนวทางที่เหมาะสม  เทคโนโลยีการต่อประสานไม้มี 2 รูปแบบ แยกตามทิศทางการต่อไม้ดังนี้

          1. Vertical Finger Joint เป็นรูปแบบการทำไม้ให้เป็นรอยต่อรูปฟันปลาอยู่ที่ด้านความกว้างของหน้าไม้ส่วนความหนาจะเห็นเป็นเส้นตรง

          การต่อไม้โครงที่ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์บิ้วอิน หรืองานตกแต่งภายในเป็นกระบวนการเพิ่มความยาวของไม้ การเชื่อมต่อชิ้นไม้แต่ละชิ้นนั้นใช้กาวเป็นตัวประสาน  ถ้ากาวถูกทาที่หัวไม้ ไม้จะดูดซึมกาว (ด้านหัวไม้เป็นด้านที่ดูดความชื้นดีที่สุด)  การต่อไม้จะไม่แข็งแรงเนื่องจากชิ้นไม้จะมีการดูดซึมเข้าไปก่อนที่กาวจะเซ็ทตัว  เพื่อให้เกิดความแข็งแรง จึงต้องทากาวให้สัมผัสกับด้านข้างของเนื้อไม้ จึงป็นเหตุผลในการทำหัวไม้ในลักษณะฟันปลาเพื่อให้กาวสัมผัสหน้าไม้ที่ไม่ใช่หัวไม้แทน โดยการตทำหัวไม้แต่ละท่อนเป็นฟันปลาสลับกัน แล้วจึงทากาวในร่องฟันปลาเพื่อต่อไม้ชิ้นให้ยาวขึ้น

 

          2. Horizontal ButtJoint รอยฟันปลาจะอยู่ที่ด้านความหนาของโครงไม้แทนด้านกว้างแบบFinger Joint  การต่อไม้แบบนี้จะทำให้แผ่นเศษไม้ที่ต่อกันแล้วมีหน้ากว้างมาก  ดังนั้นการใช้งานไม้ที่ต่อแบบ Butt Joint จึงเป็นการนำเอาเนื้อไม้ที่ต่อกันเป็นหน้ากว้างมาทำเป็นแผ่นชั้นวางของ  เป็นTopโต๊ะทำงาน  Topโต๊ะทานอาหารเป็นต้น เนื่องจากรอยต่อไม้ที่เป็นรอยฟันปลาจะไม่เห็นที่ด้านใช้งานด้านที่ใช้งานจะเห็นเป็นเพียงรอยต่อของชิ้นไม้   แต่จะเห็นรอยฟันปลาที่ด้านความหนาของชิ้นงานแทน

         

ขนาดและความหนา

          ขนาดและความหนาของโครงไม้ที่ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์บิ้วอินมีตั้งแต่ขนาด 1”x1.5” ยาว 2.5ม. และ 1”x2” ยาว 2.5 ม. (ความหนา 17 มม.จนถึง 23 มม.)  การเลือกใช้ไม้โครงที่มีความหนาต่างๆนั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน  เช่นต้องการใช้เป็นแผงข้างของตู้หรือทำหน้าบานของตู้

 

ไม้ที่นิยมนำมาทำเป็นไม้โครงงานเฟอร์นิเจอร์บิ้วอิน

          1. ไม้สักสวนป่าจ๊อยส์

          เนื้อไม้ไม่แข็ง ใช้ทำงานง่าย ไม่บิดตัวคิอนข้างเป็นเส้นตรง เนื่องจากอายุของไม้มีน้อย และมีกระพี้ติดมามาก ยางจึงมีไม่มากพอ จึงไม่สามารถป้องกันปลวกได้          

          2. ไม้สักจ๊อยส์พม่า

          เนื้อไม้นิ่มทำงานง่าย  เป็นเส้นตรงไม่บิดตัว ป้องกันปลวกได้ดีกว่าไม้สัก สวนป่า ราคาค่อนข้างแพง

          3. ไม้แดงจ๊อยส์

          เนื้อไม้แข็ง  ป้องกันปลวกได้ดี  ราคาค่อนข้างแพง

          4. ตะแบกจ๊อยส์ 

          สีน้ำตาลอ่อนอมเหลือง เป็นไม้เนื้อแข็ง ตรงไม่บิดตัว แข็ง ไสแต่งทำงานง่าย ปลวกไม่ชอบ มีสีและความสวยงามใกล้ไม้สัก แต่ถ้าโดนความร้อนหรือความชื้น ก็จะโกร่งตัวได้ง่าย

          5. ตะเคียน                      

          เป็นไม้เนื้อแข็ง สีออกเหลืองทองไม่บิดงอง่าย ยึดเกาะตะปูดี ทำงานยาก เนื้อไม้มีตำหนิคล้ายรูมอดซึ่งเป็นลักษณะทางธรรมชาติ ไม่มีผลต่อความแข็งแรง 

          6. ไม้เบญจพรรณจ๊อยส์            

          สีเหลืองอ่อนถึงน้ำตาลแดง เป็นไม้เนื้อผสมอ่อนและแข็ง มีลักษณะตรง ไม่บิดตัว รับแรงได้ดีหนักแน่นมั่นคง ส่วนใหญ่ใช้ในงานไม้แบบก่อสร้างมากกว่าจะใช้ในงานตกแต่งภายใน             

          7ทุเรียนจ๊อยส์  

          8. ยางพาราจ๊อยส์

          เป็นไม้โตเร็วหาได้ง่าย ราคาถูก การทำงานง่าย มีการบิดตัวง่ายในเนื้อไม้มีสารที่เป็นอาหารของปลวกและเชื้อรา

          9. สยาแดง                      

          เป็นไม้เนื้ออ่อนไม่บิดตัว เนื้ออ่อน เบา แต่ไม่เปราะ ทำงานง่าย เนื้ออ่อนเบา การยึดเกาะไม่ดี   ราคาถูก

2018 © GEE-SQUARE ALL RIGHT RESERVED.